การผสมพันธุ์ปลาในตู้เพาะ

การเลี้ยงปลาในตู้เลี้ยงปลาจะให้ความเพลิดเพลินบันเทิงใจสูงสุดแก่ผู้เลี้ยงในตอนไหนก็ไม่เท่าตอนผสมพันธุ์

การผสมพันธุ์ปลาในตู้เลี้ยงเป็นการผสมพันธุ์ในที่จำกัด ซึงไม่อำนวยที่ทางให้ปลาแยกตัวออกไปหาที่ปลอดภัยได้อย่างเพียงพอ เมื่อลูกอ่อนมาแล้วอาจถูกปลาใหญ่กินเสียก็ได้ เพราะฉะนั้นเพื่อแก้ไขปัญหานี้ เราควรมีตู้ปลาไว้สำหรับผสมพันธุ์โดยเฉพาะ ซึ่งจะช่วยให้ปลาดูแลลูกของมันได้ระยะหนึ่งจนกว่าจะโตพอที่จะอยู่รวมกับปลาอื่นได้อย่างปลอดภัยจึงค่อยปล่อยลงตู้เลี้ยงปลาต่อไป

ระยะของการผสมพันธุ์อาจแบ่งออกได้เป็นสองตอนๆแรกเป็นตอนผสมพันธุ์และตกลูก ตอนที่สองเป็นตอนดูแลลูกอ่อน เราจะช่วยปลาได้ทั้งสองตอนโดยแยกปลาที่จะผสมพันธุ์ไว้ในตู้เพาะอีกตู้หนึ่งต่างหากเสียตั้งแต่ตอนแรก

ปลาที่ออกลูกโดยการวางไข่นั้นมีธรรมชาติวิสัยต่างกันหลายอย่าง บ้างก็ตกไข่ไว้เรี่ยราด บ้างฝังไข่ บ้างวางไข่ไว้เป็นที่ทำรังเตรียมไว้ก่อนก็มี และบ้างก็มีอมลูกไว้ในปาก ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องเตรียมตู้ผสมพันธุ์ไว้ให้ถูกกับธรรมชาติของมัน

โรคร้ายแรง

ส่วนโรคร้ายแรงที่เกิดแก่ปลานั้นเป็นโรคภายใน เช่น วัณโรคปลา โรคพยาธิเส้นด้าย และพยาธิตัวแบน โรคเหล่านี้เป็นโรคที่ผู้เลี้ยงปลาจะสังเกตเห็นไม่ได้แต่ต้นมือ กว่าปลาที่เป็นโรคจะแสดงอาการให้เห็นก็ตอนที่เป็นมากเสียแล้วจนไม่อาจรักษาให้หายได้ และการตรวจวินิจฉัยโรคก็เป็นเรื่องของผู้ชำนาญโรคปลาโดยเฉพาะ ซึ่งจะทำได้โดยการตรวจอวัยวะของปลาที่เป็นโรค ซึ่งมักจะต้องทำด้วยวิธีผ่าดูเท่านั้น โรคประเภทนี้จึงเป็นโรคที่อยู่นอกเครือข่ายที่ผู้เลี้ยงปลาควรรู้ เพราะเมื่อเกิดเป็นขึ้นแล้วก็ไม่มีทางจะรักษาให้หายได้ จึงไม่ขอกล่าวถึงในที่นี้

ส่วนผสมของน้ำยาแต่ละชนิด

น้ำยาเมทิลีนบลูส่วนผสม 1%

สำหรับอาบนาน ใช้ 1.7 ถึง 3.4 ซีซี ต่อน้ำ 1 แกลลอน หรือ 231 ลูกบาศก์นิ้ว ถ้าใช้น้ำ 1 แกลลอนหลวง คือ 277 ลูกบาศก์นิ้วใช้น้ำยา 2 ถึง 4 ซีซี หรือ 0.4 ถึง 0.8 ซีซี ต่อน้ำ 1 ลิตร

น้ำยาอคริฟลาวิน 10 มก. ต่อลิตร

สำหรับอาบน้ำนาน ใช้ 10 ซีซี ต่อ 1 แกลลอนหลวง หรือ 2.2 แกลลอนหลวง ต่อลิตร

น้ำยาฟอร์มาลิน 47% ฟอร์แมลดิไฮด์

สำหรับอาบระยะสั้น (ราว 45-50 นาที) ใช้ 1.2 ซีซี ต่อ 1 แกลลอนหลวง หรือ 0.25 ซีซี ต่อ 1 ลิตร

สำหรับอาบน้ำนาน ใช้ 0.3 ซีซี ต่อ 1 แกลลอนหลวง หรือ 0.66 ซีซี ต่อ 1 ลิตร

อนึ่งตัวพยาธินั้นต้องอาศัยตัวปลา ถ้าไม่มีปลาพยาธิจะอยู่ไม่ได้เลย ดังนั้นถ้าเอาปลาที่เป็นโรคลงอาบน้ำยา ควรทิ้งตู้ปลาไว้ว่างเสียสัก 2-3 วัน พยาธิก็จะตายหมด

โรคปลาตามที่ระบุมาข้างบนเป็นโรคที่มักเกิดขึ้นแพร่หลาย ยังมีโรคบางชนิดที่ไม่สู้จะเกิดแพร่หลายนัก โปรดดูรูปที่นำลงประกอบ

โรคต่างๆและวิธีรักษา

โรคจุดขาว (Ichthyophthiriasis)

เป็นโรคพยาธิที่เป็นแก่ปลามากที่สุด และเอาตรวจวินิจฉัยได้ง่ายที่สุด ปลาที่เป็นโรคนี้จะมีจุดขาวที่ลำตัวแผ่ไปถึงครีบเป็นโรคสืบเนื่องตามธรรมชาติของวัฏจักร คือพยาธิที่ทำให้ปลาเป็นโรคนี้จะออกจากตัวปลาลงไปจับก้อนในถุงตามพื้นตู้ แล้วแตกจากถุงเป็นตัวพยาธิพลุกพล่านไปเข้าสู่ปลาตัวอื่นๆการรักษาอาจทำได้ในระยะพยาธิพลุกพล่านนี้ และต้องทำให้ตู้ปลาเลี้ยงทั้งตู้โดยไม่ต้องแยกปลาป่วยออกไป เพราะพยาธิพลุกพล่านทั่วไปแล้ว ยาที่จะรักษาก็หาได้ง่ายและใช้ง่าย ทั้งให้ผลชะงักด้วย

โรคเชื้อรา (Saprolegnia)

โรคนี้จะทำให้ปลาเกิดอาการด่างเป็นกระจุกขึ้นที่ลำตัวเหมือนปุยสำลี หรือมีเส้นด่างเหมือนเส้นใยแมงมุมหรือเส้นประด้วยฝุ่นผง วิธีรักษาทำให้ผลชะงัดก็คือให้เอาตัวปลาออกลงอาบน้ำเกลือ เกลือที่ใช้นี้ไม่ใช่เกลือแกง ให้ใช้เกลือธรรมชาติผสมน้ำจืดเตรียมไว้อัตราส่วนดังนี้ ถ้าอาบชั่วคราวเพียง ๑๕-๓๐ นาที ใช้เกลือ ๒- ออนซ์ต่อน้ำ ๑ แกลลอน ( ๒๓๑ ลูกบาศก์นิ้ว) ถ้าต้องให้อาบนานใช้เกลือ ๐.๘ ออนซ์ต่อน้ำ ๑ แกลลอน หรือ ออนซ์ต่อน้ำ ๑ แกลลอนหลวง (๒๗๗ ลูกบาศก์นิ้ว)

ข้อที่พึงสังวรคือ โรคเชื้อรานี้มีอาการปรากฏขึ้นที่ปาก เรียกว่า ราปาก โรคราปากนี้เกิดจากแบคทีเรีย ชื่อ Chondrococcus ไม่อาจรักษาให้หายได้ด้วยวิธีอาบน้ำเกลือดังกล่าวแล้ว วิธีรักษษาต้องใช้ยาปฏิชีวนะ ซึ่งจะได้จากสัตว์แพทย์เท่านั้น

โรคตัวสั่น (Shimmying)

ถ้าอยู่ๆปลาก็มีอาการตัวสั่นไหวขึ้นมาโดยปราศจากการเคลื่อนไหวในการว่ายน้ำ ให้พึงเข้าใจว่า อุณหภูมิของน้ำในตู้คงจะลดลง ทำให้ปลาเย็นเยือก วิธีแก้ก็คือให้ปรับอุณหภูมิของน้ำในตู้เสียให้เข้าระดับที่เหมาะสม อาการสั่นไหวของปลาก็จะหายไป

โรคมานน้ำ (Dropsy)

อาการของโรคนี้จะเห็นได้จากการพองตัวของเกล็ดปลา ทำให้เกล็ดปลาถ่างออกจากตัวปลา ที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากโพรงเนื้อในตัวปลามีน้ำขังเรียกกันเป็นสามัญว่ามานน้ำ โรคนี้เป็นโรคที่รักษายาก และน้ำที่ขังอยู่ในตัวปลาอาจหลออกจากตัวทำให้เกิดการติดโรคแก่ปลาตัวอื่นได้ ถ้าปลาตัวใดเกิดอาการเช่นว่าให้แยกปลาตัวนั้นออกจากตู้เลี้ยงเสียทันที จนกว่าจะหายจากโรคหรือต้องทำลาย

โรคครีบแหว่ง

โรคนี้เกิดจากติดเชื้อแบคทีเรียที่มักอุบัติขึ้นในน้ำที่ไม่สะอาด ทำให้ปลาเกิดอาการครีบและหางแหว่งในระหว่างเส้นที่ประกอบกันเป็นครีบและหาง บางทีครีบและหางอาจแหว่งไปเพราะความไม่ระมัดระวังในการช้อน หรือถูกปลาอื่นกัด แล้วแบคทีเรียก็เข้าเกาะอาศัยกินครีบและหางให้แหว่งมากขึ้น วิธีบำบัดถ้าท่านสังเกตเห็นปลาเกิดอาการเช่นนี้ให้รีบทำความสะอาดตู้ปลาโดยการเปลี่ยนน้ำเสียโดยเร็ว การใช้ยาอาจช่วยให้ครีบและหางที่แหว่งเป็นปกติได้บ้าง แต่การทำความสะอาดตู้เป็นวิธีที่ดีที่สุด

โรคพยาธิเจาะไช (Gill fiukes and skin flukes)

ถ้าท่านเห็นปลาแถกเหงือกออก หรือเที่ยวเอาเหงือกและตัวถูตามหินหรือต้นไม้น้ำ ให้พึงเข้าใจว่าลากำลังมีพยาธิตัวเล็กๆเจาไช ถ้าเป็นกับเหงือกเรียกว่า Gill fiukes เกิดจากพยาธิตัวแบนเรียกว่า Dactylogyrus เข้าอาศัยเหงือกและเจาะไชทำให้เกิดอาการคัน ถ้าเป็นกับผิวหนังเกิดจากพยาธิจำพวกคล้ายกันเรียกว่า Gyrodactylus ทำให้เกิดอาการคันและสีจาง กำลังของปลาก็อ่อนลง วิธีถ่ายพยาธิออกจากปลาที่เป็นโรคนี้อาจทำได้โดยให้ปลาลงอาบน้ำยาเมทิลีนบลู(methylene blue) ฟอร์มาลีน (Formalin) หรือคริฟลาวิน (acriflavine) แต่ถ้าใช้น้ำยาฟอร์มาลนต้องทำด้วยความระมัดระวังที่สุด เพราะฟอร์มาลินเป็นยาพิษ ต่อไปนี้คือส่วนผสมของน้ำยาแต่ละชนิด

การรักษาโรคปลา

จงให้ยาตามคำแนะนำของหมอหรือสลากยาตามเข้มงวดเพื่อป้องกันการให้ยาเกินขนาด

ยาบางชนิดอาจก่อให้เกิดผลร้ายแก่พืชประดับตู้ หรืออาจเสื่อคุณภาพเพราะถูกแสงสว่าง ดังนั้นจงแยกปลาป่วยออกไปเสียจากตู้เลี้ยง และอย่าให้ยาถูกแสงสว่าง

ยาบางชนิดทำให้ระดับออกซิเจนลดลง ดังนั้นในระหว่างการรักษาโรคจงเพิ่มอากาศโดยปล่อยพรายน้ำให้มาก

จงถอดแผ่นคาร์บอนออกเสียจากเครื่องกรองน้ำในระหว่างการักษาโรค

อย่าใช้สารเคมี(เช่นยาฆ่าทาก) ทำลายสัตว์น้ำที่อาศัยตามกรวด เพราะถ้าทากซุกซ่อนตัวอยู่ใต้กรวด สารเคมีจะลงไปทำลายตัวทาก ทำให้ทากสลายตัว ก่อให้เกิดน้ำเสียได้ ทั้งจะทำให้เครื่องกรองน้ำใต้กรวดเสียหายด้วย

เกี่ยวกับปลาและสิ่งประดับตู้

จงซื้อแต่ปลาที่ท่านแน่ใจว่าสมบูรณ์ดีเท่านั้น

ถ้าจะนำปลาใหม่มาเพิ่มเติม ควรกักปลาใหม่ไว้สักระยะหนึ่งก่อน แล้วจึงนำลงตู้เลี้ยงรวมกับปลาอื่นๆ

ตรวจพืชพันธ์ไม้น้ำที่จะประดับตู้ อย่าให้มีไข่สัตว์น้ำติด เพื่อให้ปลอดเชื้อ จงล้างพันธุ์ไม้น้ำด้วยโปแตชเซียมเปอร์แมงกาเนตเสียก่อนแล้วจึงเอาลงประดับตู้

หากมีปลาเกิดโรค ให้แยกปลาที่เป็นโรคออกจากตู้เลี้ยงโดยด่วนที่สุด

แนะแนวรักษาสุขภาพปลา

ภาวะแวดล้อม :

อย่าเลี้ยงปลาจำนวนมากเกินไปในตู้เดียวกัน หากมีปลาตัวใดตัวหนึ่งเกิดโรค โรคจะระบาดไปอย่างรวดเร็ว

อย่าเลี้ยงปลาตัวโตไว้ด้วยกันกับตัวเล็ก และในตู้ควรมีที่ให้ปลาได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ

อย่าให้อาหารปลามากเกินควร เพราะอาหารที่เหลือเกินจะทำให้น้ำเสีย

อย่าให้อาหารปลาน้อยเกินควร เพราะปลาที่อดอยากจะเกิดโรคง่าย

อย่าให้อาหารชนิดเดียวจำเจ เพราะอาหารชนิดเดียวอาจขาดวิตามินบางอย่างในการบำรุงปลาให้แข็งแรง

อย่าให้ตู้ปลาของท่านรับสิ่งเป็นพิษได้ เช่นควันบุหรี่ ควันไฟ กลิ่นสี และสเปรย์ เป็นต้น

จงรักษาเครื่องกรองน้ำให้สะอาด และถ่ายเทน้ำในตู้อย่างสม่ำเสมอ

อย่าทำให้ปลาตกใจโดยผลุนผลันเปลี่ยนน้ำหรือสภาพของน้ำโดยแท้